EL2 }},Before. |Sayari|

posted on 13 Jan 2013 20:59 by cordiria

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Exteen Love-Story 

 

 
   
             •  

 

 

 

 
เป็นเรื่องที่ซายาริเพิ่งหยุดปีใหม่ค่ะ ด้วยความว่าง และ เบื่อที่จะอยู่ในบ้าน
เลยออกไปหาอะไรทำข้างก่อน แล้วได้เรื่องกลับมาค่ะ
 
ขออัญเชิญ @viored มา ณ ที่นี้(ไม่)
ไม่มีต่อให้นะคะ เราแต่งหมดแล้ว ฮา (แย่) 
เราจะบรรยายแค่ความคิดของซายารินะคะ
 
เย้! 
 
งั้นเราก็ล้วนฝากลูกสาวอีกคนที่จะส่งด้วยนะคะ
 
 
 
 
 

 

“ อา-า” ทันทีที่ซายาริถอนหายใจ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเธอก็คือควันสีขาวขุ่นที่พวยพุ่งออกมา
 

ก่อนที่มันจะกระจายหายไปในอากาศภายในไม่กี่นาที


                   มือทั้งสองของเด็กสาวถูกันไปมาเพราะหวังว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้ตนเองรู้สึกอุ่นขึ้น

                   เด็กสาวถูมือต่อ เธอถูมือต่อไปเรื่อยๆ

 

ทั้งๆที่รู้ดีว่าการกระทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการจุดกองไฟท่ามกลางฝนตก

                   หลังจากถูมือเข้าหากันได้สักพัก เธอก็เริ่มเบื่อ

 

                   ซายาริเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย  ตัดสินใจเลิกเอามือถูกัน เธอเปลี่ยนมาเอามือยกขึ้นป้อง ปาก และบรรจงเป่าลมหายใจอุ่นๆใส่แทน

                   ลมหายใจสีขาวที่แทรกออกมาจากมือของเธอช่วยบ่งบอกให้รู้ว่าสภาพอากาศ ณ เวลานี้นั้นเลวร้ายแค่ไหน
                   หลังจากนั้นในอีกไม่กี่นาที เธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะเป่ามือตัวเองให้อุ่นขึ้น

                     ซายาริล้วงหยิบมือถือของเธอขึ้นมาดูเวลา
                   

ตัวเลขดิจิตอลแสดงเวลาอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์พื้นหลังสีขาวนวล

 

 
                             15.oo นาฬิกา

                   เด็กสาวลูบหน้าจออย่างแผ่วเบา ก่อนบรรจงสอดเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าของเธอ

ทำไมซายาริถึงได้มาอยู่ที่สวนสาธารณะประจำเมืองทั้งๆที่อากาศยํ่าแย่แบบนี้นะ?
 

                   เด็กสาวอดคิดโอดครวญไม่ได้

                   ทั้งๆที่ในบ้านของเธอตอนนี้มีทั้งเครื่องปรับอากาศ...
                   ทั้งน้ำชาเขียวในคิวซุ*ใบโปรดของเธอล่ะ ไหนจะเครื่องฮีตเตอร์อุ่นๆที่เสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ในทันที แล้วไหนจะยังโต๊ะอุ่นขาแสนอบอุ่นที่รอเธอกลับมาที่บ้านอีกละ

                   ซายาริอดไม่ได้ที่จะ สับสนกับตัวเอง

                   และแน่นอนว่าเธอรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ

บางทีซายาริควรจะกลับบ้าน..


                   ซายาริขบคิดในใจ  ก่อนที่จะก้าวเท้าของเธอออกมาจากสวนสาธารณะแห่งนั้น
 

                   แต่ความซวยก็ยังไม่มีวันจบสิ้น

                   พระเจ้ายังคงนึกสนุกกลั่นแกล้งคนที่หนาวให้ลิ้มรสความหนาวเย็นของฤดูให้ถึงที่สุด สายลมในหน้าร้อนที่ใครๆก็บอกว่าเย็นสบายอยู่ดีไม่ว่าดีดันพัดวูบเข้ามา เล่นเอาขนอ่อนทั่วกายถึงกับลุกขึ้นซู่

  ขนาดลมในหน้าร้อนยังเย็น แล้วลมในหน้าหนาวที่ไม่ทำให้คนกลายเป็นน้ำแข็งไปเลยเหรอคะ


                   ราวกับลมหนาวนั้นล็อกพิกัดเธอไว้ มันถึงได้ซัดอัดเข้าปะทะเต็มๆตัวเธออย่างนี้ สัญชาตญาณสั่งให้เธอกอดตัวเองโดยอัตโนมัติ เนื้อตัวของเธอสั่นเหมือนคนกำลังเผชิญหน้ากับห้องฟรีซเซอร์แช่แข็งติดลบสี่องศาที่พนักงานเปิดประตูทิ้งไว้  ซายาริกุมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมหนาสีขาวที่ตนใส่ไว้แน่น หล่อนได้แต่หวังว่ามันจะทำให้เธออุ่นขึ้นสักนิดก็ยังดี

 

และในที่สุด เธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะกลับบ้านของเธอ

ตอนนี้ไปอยู่ที่ร้านคาเฟ่ที่อยู่ใกล้กว่าก่อนดีกว่า

อย่างน้อยก็ทำให้เนื้อตัวอุ่นดีก่อนแล้วค่อยกลับบ้านก็ยังดี ...

 

                    ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของเธอ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมุ่งหน้าเดินต้านลมหนาวไปหาร้านคาเฟ่นั่นเอง
 


                   แม้จะถึงคาเฟ่อย่างปลอดภัย แต่ซายาริก็สังเกตได้ว่าผู้คนนั้นเนืองแน่นเต็มร้านไปหมด

แต่ในตอนนั้น  กลับมีเพียงความคิดเดียวที่โผล่ขึ้นมาในหัวของเธอ ว่า

  เธอเจอพวกแล้ว..

                   หลังจากที่คิดได้แบบนั้น เธอก็ก้าวเท้าขึ้นมาบนพื้นร้านอย่างยากลำบาก หิมะจากการฝ่าลมหนาวนั้นถ่วงนํ้าหนักเธอ เธอจึงต้องเดาะเท้าสะบัดหิมะออกอย่างช่วยไม่ได้    แต่เพียงแค่เธอยืนหน้าร้าน เธอก็รู้สึกถึงบรรยากาศในร้านทีเต็มไปด้วยความเฮฮาจากผู้คนและความอบอุ่นจากฮีตเตอร์........

 

                   บรรยากาศโดยรอบนั้นดึงดูดเธอให้เข้าไปในตัวร้านในทันที
                          

                   โดยเธอไม่รู้ตัวเลยว่าเดินผ่านผู้ชายร่างสูงที่พิงยืนเสาหน้าร้าน ไปอย่างเงียบเชียบ

                   เมื่อเธอเข้าไปในร้าน ซายาริก็ค้นพบว่า โต๊ะเหลือเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น
 

                   นอกจากนั้นบรรดาผู้คนที่มาร้านนี้นั้นต่างก็มากันเป็นกลุ่ม ทำให้เธอรู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องไปนั่งเบียดกับใคร และด้วยจากปัจจัยนี้เอง ส่งผลให้ความหงุดหงิดของเด็กสาวที่เกิดจากสงครามลมหนาวหายไปในทันที



 

 

                   ซายาริถอดถุงมือหนาออก พับลงใส่ในช่องหน้าของกระเป๋าที่ตนสะพายมา ก่อนจะหมุนกระเป๋าแล้วรูดซิปลงแล้วเพื่อหยิบเฮดโฟนขึ้นมาวางบนโต๊ะ
 

                   หลังจากนั้น มือเรียวของเด็กสาวก็ล้วงหยิบมือถือของเธอมาวาง



 

                   เป็นอันว่าเธอเตรียมการสำหรับการพักผ่อนเสร็จสิ้น

เมื่อเตรียมการพร้อม เธอจึงนำทั้งสองมาประกอบร่าง สวมเฮดโฟนแล้วกดฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ มือขวาของเธอก็เอื้อมไปหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดู ตั้งใจจะสั่งเครื่องดื่มร้อนๆซักอย่างสองอย่างมาจิบทาน

 

                   แต่..เธอก็ทำได้แค่เปิดเท่านั้น


                   “เอ่อ..ขอโทษนะครับ” พนักงานร้านพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจ ขัดจังหวะบรรยากาศฟังเพลงของเด็กสาว

                   ปากของเขาขยับเป็นรอยยิ้มแหยๆเหมือนแอบหนักใจเล็กๆ

                   แม้ซายาริจะรู้ว่าค่อนข้างหยาบคายที่ไม่ได้ตอบรับเสียงนั้นไป แต่ด้วยความตกใจ เสียงเธอจึงออกมาไม่ค่อยดีเท่าไร เด็กสาวหยุดเครื่องเล่นเพลงและเลื่อนเฮดโฟนลง เธอจ้องหน้าฝ่ายตรงข้าม“คุณลูกค้าครับ ไม่ทราบว่า สามารถแชร์โต๊ะกับคนอื่นได้ไหมครับ? “ เขาเอ่ยถามเธออย่างสุภาพ

                   “พอดีที่นั่งของโต๊ะอื่นๆไม่เหลือแล้วน่ะครับ” เขาพูดอย่างเชื่องช้าและชัดถ้อยชัดคำ ดูก็รู้ว่าเขาขอร้องก่ายๆให้เธอรับไว้ เด็กสาวแอบเข้าใจเป็นอย่างดี เธอสำรวจรอบร้านตั้งแต่เข้ามาแล้ว และรู้ว่าคนแน่นร้านแค่ไหน

                   “อา--ได้สิคะ” เธอกล่าวออกไปเบาๆ สิ้นเสียงของเธอ ผู้ชายร่างสูงที่เจอหน้าร้านก็เดินเข้ามา 

                   เขาจ้องหน้าเธอสักพัก ก่อนจะล้มตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้า ยกมือเสยผมและจ้องซายาริเขม็ง


 

                   สายตาที่มองมานั้นช่างน่ากลัว

                   จนทำให้เธอต้องหดหัวทำตัวลีบอย่างอดไม่ได้ 

 

                   น--นี่เราทำอะไรผิดรึเปล่า ร-หรือว่าเสื้อกันหนาวมันจะกลับด้าน  เอ๊ะ ร--หรือใส่รองเท้าผิดข้าง ผ--ผ้าพันคอใส่ถูกแล้วใช่มั้ย---

                   เธอคิดกังวลอย่างลนลาน ซายาริพยายามที่จะเช็คชุดที่เธอใส่ดูดีๆ หลังจากเช็คและตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เธอก็พบว่าชุดที่ตนใส่นั้นไม่มีสิ่งผิดปกติ แต่ชายตรงหน้าเธอก็ยัง                                คงจ้องมองเธอไม่หยุดอยู่ดี  นั่นเป็นเรื่องที่ประหลาดเหลือเกิน

 

 

                  มันสมองของเธอคิดวนไปวนมาจนรวน หล่อนตัดสินใจยกมือขึ้น เหมือนพยายามจะเรียกสติคนตรงหน้า

 
 

                   และ มันได้ผล! เขาเปลี่ยนจากการเท้าคางมองเธอ ไปมองอย่างอื่นแทน พนักงานเห็นซายาริยกมือขึ้น จึงเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะสั่งออเดอร์ มือหนารีบคว้าโน๊ตจดรายการบนโต๊ะ พร้อมด้วยปากกาแล้วตรงดิ่งมาหาเธอในทันที

                   “พร้อมที่จะสั่งรายการแล้วเหรอครับ?” พนักงานชายกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ



                   เสียงนั้นทำให้ซายาริรู้ว่า ความชิบหะบังเกิดขึ้นกับเจ้าตัวอีกแล้ว  

                   ในเมื่อ......เธอเรียกเขามาโดยที่ยังไม่ได้อ่านเมนูเลยสักอันเดียว! เครื่องสมองของเด็กสาวที่เมื่อกี้หยุดการหมุนไปสักครู่ ก็จำเป็นต้องกลับมาหมุนอีกครั้งด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิม

 


                   มันต้องมีเมนูเครื่องดื่มที่มีอยู่ทุกร้านสิ มันต้องมีสิ 

                   ซายาริคิดพลางกังวลไปพลาง ก่อนตัดสินใจเลือกเมนูที่เธอคิดว่าน่าจะมีในร้านออกไป


                   “ข--ขอนมร้อนแก้วหนึ่งค่ะ” ซายาริกล่าวด้วยน้ำเสียงหน่อมแน้ม พอเธอสั่งไปแบบนั้น ชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามก็เหลือบมองมาที่เธอทันที

 

                   “นมร้อนหนึ่งนะครับ แล้วคุณล่ะครับ?” พนักงานหันไปทางชายหนุ่มที่นั่งเท้าคางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเงยหน้ามองตอบพนักงาน ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

                   “ยัง.. ไม่ใช่ตอนนี้--” เขากล่าวเสียงห้วน
                   “ครับ งั้นรอสักครู่นะครับ” พนักงานค้อมหัวลงให้ทั้งสอง แล้วหมุนตัวด้วยท่วงท่าลีลาผมสะบัดพลิ้ว เอวบิดหน่อยๆ เท้ากระดกนิดๆ ก่อนจะเดินเฉิดฉายกลับไป

 

สิบคะแนน...!!

                   โดยไม่รู้ตัวซายาริก็เผลอยกมือขึ้นปรบให้พนักงานคนนั้นทันที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าเมื่อกี้ได้เผลอทำพลาดไปเสียแล้ว..


                   นมร้อน.....

                   ชายหนุ่มเท้าคางคิด พลางจับจ้องไปทางสาวน้อยที่แสดงท่าทางลนลานให้เห็นอย่างเด่นชัด พลางอดคิดไม่ได้.

                   ว่าอีกฝ่าย...

                   น่าแกล้งชะมัด....

                    ….